บทความวูซู

ประวัติวูซู

วูซู เป็นศิลปะแห่งวิทยายุทธ มีลักษณะท่าต่อสู้เป็นส่วนประกอบหลักและมีรูปแบบยุทธลีลาเป็นแม่แบบในการต่อสู้ป้องกันตัว โดยมีหลักสูตรแห่งสมาธิในการกำหนดพลังยุทธทั้งภายในและภายนอก

 

คำว่า วูซู (เรียกตามภาษาสากล) หมายถึงศิลปะการต่อสู้ของชาวจีนหรือมวยจีน ปกติชาวไทยจะคุ้นกับคำว่า กังฟู ซึ่งแปลตามความหมายว่า ฝีมือ เป็นภาษาพื้นเมืองของชาวจีนตอนใต้ที่เรียกขานผู้ฝึกสอนมวยจีน แต่คำว่า วูซู จะเป็นภาษาอย่างเป็นทางการแปลตรงตัวว่า วิทยายุทธ (MARTIAL ARTS) ดังนั้นวูซู จึงหมายถึง วิทยายุทธจีนที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน วูซู มีหลายประเภท จำแนกเป็นศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าและศิลปะการต่อสู้ด้วยอาวุธโบราณชนิดต่างๆ เช่นมวยชนิดต่างๆ ของสำนักเส้าหลินและศิลปะการใช้เท้าหรือท่าทุ่ม ท่าคว้าจับชนิดต่างๆ รวมทั้งวิชาหมัดไทเก็กด้วย ในอดีต วูซู ก่อกำเนิดจากหลายสำนักและมีความเป็นมาจากหลายสาย หลายพันธุ์ แต่พอสรุปเป็นหลักใหญ่ๆ ก็คือ วูซูของจีนทางภาคเหนือ และวูซูของจีนทางภาคใต้ (คือแถบลุ่มน้ำแยงซีเกียง ลงมา)

วูซู ได้ก่อตั้งเป็นองค์กรระดับชาติเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2453 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ชื่อว่าสำนักเยี่ยมยุทธ (จงอู่เหมิน) และเกิดสำนักต่างๆ ขึ้นจนทางการเห็นความสำคัญ จึงตั้งศูนย์กำลังวิทยายุทธจีนขึ้น จนพัฒนาเป็นกีฬาวูซูถึงปัจจุบัน

แนะนำอุปกรณ์วูซูู

สนามแข่งขันมี 2 ประเภทคือ
1.1 สนามแข่งขันยุทธลีลา เป็นสนามที่ปูด้วยไหมพรม ขนาด กว้าง 8 เมตร ยาว 14 เมตร
1.2 สนามแข่งขันประลองยุทธ เป็นสนามแบบยกพื้นสูง 60 เซนติเมตร ขนาด กว้าง 8 เมตร ยาว 8 เมตร
เครื่องแต่งกายของนักกีฬา สวมชุดแข่งขันตามที่กติกากำหนด มีเฮดการ์ด ฟันยาง เกราะหน้าอก กระจับ กระหน้าแข้ง และฝ่าเท้า สวมนวม ชุดสี 2 สี คือดำ และอีกฝ่ายหนึ่งแดง

กติกาวูซููู

ในการแข่งขันกีฬาวูซูที่ผ่านมา ตั้งแต่กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 16 ที่ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 17 ที่สิงคโปร์และครั้งที่ 18 ที่เชียงใหม่เป็นการแข่งขันในเชิงยุทธลีลา (รำมวย) เท่านั้น ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ อินโดนีเซียมีการแข่งขันแบบประลองยุทธเพิ่มขึ้นอีกประเภทหนึ่งด้วย โดยมีประเภทยุทธลีลา 7 ชนิด และประลองยุทธ 6 รุ่นด้วยกัน ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ก็เหมือนกัน

ประเภทยุทธลีลา 7 ชนิด คือ
1.ยุทธลีลาสฉางฉวน (มวยยาวหรือมวยเหนือ)
2.ยุทธลีลาหนาวฉวน (มวยใต้)
3.ไท้จี๋ฉวน (มวยไทเก็ก)
4.ยุทธลีลากระบี่
5.ยุทธลีลาดาบ
6.ยุทธลีลาไม้พลองยาว
7.ยุทธลีลาทวน

การแข่งขันยุทธลีลา ใช้เวลาในการแสดงไม่ตำกว่า 1 นาที 20 วินาทีเกณฑ์การตัดสินทั้ง 7 ประเภท

เริ่มจากค่าคะแนน 10 คะแนนแบ่งเป็น 3 ส่วน
* ท่าทางยุทธลีลา 6 คะแนน
* การประสานพลังยุทธต่อเนื่อง 2 คะแนน
* คุณสมบัติที่มี 6 ประการ 2 คะแนน

การแข่งขันประลองยุทธ เป็นการต่อสู้ตัวต่อตัว ปัจจุบันจึงมีเฉพาะแต่ในประเภทชายเท่านั้น มีทั้งประเภททีมและบุคคล เวลาชก ยกละ 2 นาที พัก 1 นาที กำหนดคู่ละ 3 ยก ถ้าชนะกัน 2 ยกก็ถือว่าชนะเลย แต่ถ้าชนะกันคนละยกก็ต้องชกยกที่ 3 เพื่อตัดสิน แบ่งตามรุ่นน้ำหนักมีรุ่น 52 – 56 – 60 – 65 – 70 – 75 – 80 – 85 – 90 และ 90 กก.ขึ้นไปนักกีฬาคนหนึ่งเข้าแข่งขันได้ไม่เกิน 2 ครั้ง (ในเวลาต่างกัน)

การได้และเสียคะแนน
* ฝ่ายใดตกเวที 1 ครั้ง คู่ต่อสู้จะได้ 3 คะแนน
* เตะคู่ต่อสู้ถูกลำตัว 1 ครั้ง ได้ 2 คะแนน
* เตะหน้าขาคู่ต่อสู้ 1 ครั้ง ได้ 1 คะแนน
- ถ้าฝ่ายหนึ่งถูกเตือน อีกฝ่ายจะได้ 1 คะแนน
- ถ้าเหวี่ยงล้มทั้งคู่ ฝ่ายล้มทีหลังจะได้ 1 คะแนน

การต่อสู้ที่คะแนนตามจุดของร่างกายคือ จุดที่ลำตัว หัว แขนและขา จุดที่ผิดกติกาคือ
1.จู่โจมท้ายทอย ท้องน้อย คอหอย ผ่าหมาก
2.หัวชน ศอก เข่า
3.จู่โจมศีรษะแบบต่อเนื่อง (ซ้ำ)
4.จับหักข้อต่อ
5.ทำให้คู่ต่อสู้ล้มหัวฟาดพื้น
6.จู่โจมซ้ำเมื่อคู่ต่อสู้ล้มลง
7.เข้ากวดคู่ต่อสู้อย่างเดียวไม่ต่อสู้

การปรับให้แพ้ในหลายกรณีเช่น
1.ในแต่ละยกถ้าไม่กลับเข้าสู่สภาพพร้อมที่จะต่อสู้ภายใน 10 วินาที ก็จะปรับให้แพ้ทันที
2.แพ้เพราะฟาวล์
3.ถูกนับ 8 สองหน ปรับให้แพ้ในยกนั้น

การหยุดการแข่งขันชั่วคราวทำได้ต่อเมื่อ
1.นักกีฬาล้มลงหรือตกเวที , บาดเจ็บ
2.นักกีฬากอดกันนานเกินกว่า 2 วินาที
3.จรดท่าต่อสู้กันนานเกินกว่า 8 วินาที
4.จากเหตุอื่นๆ อีก

แนะนำการดูวูซู

วูซู เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีประวัติศาสตร์ อันยาวนานของประเทศจีน ถือเป็นศาสตร์และศิลป์ เป็นการผสมผสานระหว่างท่วงท่าอันแข็งแกร่งและอ่อนช้อยเข้าด้วยกัน ถ่ายทอดออกมาเป็นศิลปะการต่อสู้อีกแขนงหนึ่ง ที่กำลังได้ความนิยมอยู่ในขณะนี้

* ศาสตร์แห่งยุทธลีลา
หมายถึงการแสดงออกซึ่งยุทธวิธีในลักษณะท่าทางการต่อสู้ประกอบการเคลื่อนไหว อันประกอบด้วยการใช้เท้า ได้แก่ ท่าเตะ ถีบ หรือฟาด วิชาการใช้มือในท่าชก ฟาด ฟัด กระแทก เหวี่ยง ปัดสกัดกั้น ป้องกัน การใช้ท่าจับเหวี่ยง ท่าการจี้จุด การแทงจุด ฯลฯ มีการเคลื่อนไหวทั้งช้าและเร็ว มีรุก มีถอย มีพลัง ทั้งแข็งแกร่ง และอ่อนไหว

ประเภทวิทยายุทธมือเปล่าที่เป็นหลักสำคัญในการพัฒนากีฬาวูซู ได้แก่มวยตระกูลกา ไทฉินฉวน (มวยไทเก็ก)

ประเภทอาวุธโบราณได้แก่ อาวุธสั้น เช่น ดาบ กระบี่ มีดสั้น ฯลฯ อาวุธยาวได้แก่ ทวน พลอง

* ศาสตร์แห่งการประลองยุทธ มีหลัก 6 ประการ
1.เชิงยุทธ ทั้งรุกรับมีอ่อนแข็งประสานกันไป
2.หลักแห่งการประสานพลังทั้งภายนอกและภายใน
3.มีหลักแห่งสมาธิจิต เพื่อกำหนดลมปราณถึงทุกจุดของร่างกาย
4.เกิดความสมดุลต่อระบบสรีรภายะในร่างกาย ทั้งพลังกล้ามเนื้อ ไขข้อ เลือดลม
5.มีหลักการประสานลมปราณกับกระบวนยุทธได้อย่างต่อเนื่อง
6.มีลักษณะในการใช้กระบวนยุทธในลักษณะต่างๆ ได้อย่างสมดุล

เกร็ดวูซูู

ประโยชน์ที่ได้รับจากศิลปศาสตร์วูซู เป็นประโยชน์ต่อผู้ฝึก 5 ประการ คือ
1.สร้างเสริมร่างกายทุกส่วนภายในและภายนอกให้แข็งแรง
2.เป็นศิลปศาสตร์แห่งการต่อสู้ป้องกันตัว
3.มีสรรพคุณเหมือนยาอายุวัฒนะในการบำรุงร่างกายและจิตใจ
4.สามารถผ่อนคลายความเครียดและมีผลต่อจิตประสาทได้เป็นอย่างดี
5.มีหลักปรัชญาที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

Incoming search terms:

  • ประวัติกังฟู
  • ประวัติกีฬาวูซู
  • ประวัติ กีฬาวูซู
  • ยูทูปการป้องกันตัวแบบวูซู
  • ผู้ให้กำเนิดกีฬา วูซู
  • ประวัติเผ่าวูซู
  • กระบี่วูซู
  • ประวัติ วู ซู
  • ตำนานวูซู
  • คุณสมบัติของนักกีฬาวูซู

Tags: ,

No comments yet.

Add your response